The Trough – แผนสังหารเกมอำมหิต ….ทุกย่างก้าวคือเงื่อนงำที่แวดล้อมด้วยความตาย….


The Trough – แผนสังหารเกมอำมหิต  

ภาพยนตร์ ประเภท แอ็คชั่น 

กำหนดการเข้าฉาย 20 ธันวาคม 2561

โชหยู (จางเจียฮุย) ตำรวจหนุ่มในแผนกอาชญากรรมผู้มีความตรงไปตรงมา และไม่เคยเกรงกลัวใครหน้าไหน ต้องเผชิญกับความไม่ชอบมาพากลภายในหน่วยงานของตน แต่ด้วยความหวังที่จะทำให้เมืองที่ตนปลอดอาชญากรรม จึงทำให้เขาต้องพยายามอดทนต่อแรงกดดันต่าง ๆ แต่แล้วเมื่อพบว่ามีเพื่อนร่วมงานในแผนกซึ่งเป็นลูกน้องของนายตำรวจระดับสูงใช้อำนาจหน้าที่ในการทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย เขาจึงต้องลงมือค้นหาความจริงเพื่อเปิดโปงแผนการร้ายในครั้งนี้

 


“จางเจียฮุย”

เขาเป็นทั้งนักแสดงและผู้กำกับฯ ชาวฮ่องกง อีกทั้งยังเคยคว้ารางวัล “นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม” รางวัลม้าทองคำ” มาแล้วถึง 2 ครั้ง โดยมีผลงานการกำกับฯ มาแล้วก่อนหน้านี้ 2 เรื่องคือ Hungry Ghost Ritual และ Keeper of Darkness และ “The Trough” เป็นผลงานเรื่องที่ 3


“กว่า 20 ปีที่ผมทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ The Trough คือความพยายามที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ และในที่สุดก็สำเร็จลงได้ด้วยดีโดยการให้ความร่วมมือจากบรรดานักแสดง และทีมงานทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลัง ซึ่งทั้งนี้ก็เป็นเพราะก่อนหน้าที่จะลงมือทำงานผมพยายามที่จะหาจุดลงตัวระหว่างความเป็นศิลปะ และเชิงพาณิชย์ให้มากที่สุด โดยการทำให้ The Trough เป็นหนังอาชญากรรมที่มีความร่วมสมัย ซึ่งจะชี้ให้คนดูได้เห็นถึงการขับเคี่ยวกันระหว่างความดีและความชั่ว รวมทั้งการที่แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ชนะหรือผู้แพ้ ในที่สุดคุณก็ต้องสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปเสมอ


ตัวเอกของเรื่องคือ “โชหยู” ต้องพบกับความสูญเสียด้วยความไม่ตั้งใจ แต่แล้วเขาก็พบว่า เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เขามีความมุ่งมั่นที่จะต่อกรกับอาชญากรมากยิ่งขึ้น พร้อมกับพยายามหาทางแก้ไขให้ทุกอย่างเข้ารูปเข้ารอยด้วยความถูกต้องโดยเร็ว และนั่นเป็นเรื่องที่คนดูจะต้องหาคำตอบด้วยตนเองในตอนท้ายเรื่องว่า พระเอกของเราจะรับมือกับแผนการร้ายที่อยู่ในองค์กรของเขาด้วยวิธีไหน


ตอนที่กำลังถ่ายทำอยู่ผมรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ต่างจากพระเอกของเรื่องเลยแม้แต่น้อย เพราะการที่ต้องเจอกับขั้นตอนที่วุ่นวายของเจ้าหน้าที่ทางการ ที่กว่าคำร้องขอความร่วมมือจะจบสิ้นลงได้ในแต่ละเรื่องนั้น มันช่างเต็มไปด้วยปัญหามากมายไปหมด นั่นจึงเป็นเหตุผลส่วนตัวที่ทำให้ผมชอบเนื้อหาสาระที่อยู่ในหนังเรื่องนี้เอามาก ๆ และผมก็เชื่อเหลือเกินว่าคนดูก็จะต้องหลงใหลมันเช่นเดียวกัน”

ซูจิงเล่ย

นักแสดงหญิงชาวจีนและผู้กำกับภาพยนตร์ผู้นี้เกิดในกรุงปักกิ่ง จบการศึกษาจาก Beijing Film Academy เธอเป็น 1 ใน 4 ดีว่าของประเทศจีนรุ่นเดียวกับ โจวซุน, เจ้าเหว่ย และ จางซื่อยี่ นอกจากนี้เธอยังเคยได้ชื่อว่าเป็น “นักแสดงดาวรุ่งยอดเยี่ยม” และยังเคยคว้ารางวัล “นักแสดงฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม” จากเทศกาลภาพยนตร์ Baihua Awards for Spring Subway และ “นักแสดงสมทบฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม” ในงาน Golden Rooster Awards มาแล้ว รวมไปถังรางวัล Best Debut Directorial Award ในงาน Golden Rooster Awards อีกด้วย ยังไม่รวมการที่เธอยังมีผลงานด้านการเขียนบทภาพยนตร์ และงานด้านละครโทรทัศน์เรื่อง Cherish Our Love Forever ต่อมาในปี 2010 ผลงานด้านภาพยนตร์เรื่องที่ 4 ของเธอคือ Go Lala Go! ก็สามารถเงินไปกว่า 100 ล้านเหรียญในบ็อกซ์ ออฟฟิศส่งผลให้เธอกลายเป็นผู้อำนวยการหญิงคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในวงการภาพยนตร์ไปในทันที

เหมียวเฉียวเหว่ย

นักแสดงหนุ่มชาวฮ่องกง 1 ในสมาชิกทีม 5 พยัคฆ์ของ TVB มีผลงานด้านภาพยนตร์ทางทีวีมากกว่า 40 เรื่อง และอยู่ในฐานะนักแสดงในสังกัดของทีวีบีมาจนถึงปี 2014

เหอจง

พิธีกรทางรายการทีวียอดนิยมรายนี้ที่เกิดในฉางชา ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการเป็นเจ้าภาพในการจัดงานแสดงของ Happy Camp

 

หยวนหัว
จบการศึกษาจาก China Drama Academy ซึ่งเป็นสถาบันสอนการแสดงในฮ่องกง โดยมี Fist of Fury เป็นผลงานด้านภาพยนตร์เป็นเรื่องแรก หลังจากนั้นก็เข้าร่วมงานกับ ชอว์ บราเดอร์ และมีผลงานออกมาเป็นระยะ ๆ อีกทั้งยังเคยถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล นักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม ในงานเทศกาล Hong Kong Film Awards และ Golden Bauhinia Awards สำหรับบทบาทของเขาใน Kung Fu Hustle ที่ออกฉายในปี 2012 ปัจจุบันเขาลาออกจาก TVB เพื่อมาทำงานให้กับ HKTV

แม็กกี้ เช็ง-โฮยี

เป็นนักแสดงหญิงชาวฮ่องกงที่อยู่ภายใต้สัญญาของ TVB และ HKTV ในฐานะ 1 ใน 5 อันดับแรกของ TVB ที่มีผู้ชื่นชอบสูงสุด และยังเป็นหนึ่งในนักแสดงชั้นนำที่มีอิทธิพลมากที่สุดของ TVB อีกด้วย

ยู่หนาน
เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้ชมเป็นครั้งแรกในปี 2543 ด้วยผลงานเรื่อง The Ermei ที่ทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมในเกือบทุกรางวัลใหญ่ ๆ ของประเทศจีน นอกเหนือไปจากยังมีความชำนาญในด้านภาษาอังกฤษ และฝรั่งเศส อีกทั้งยังเคยได้ร่วมงานกับสตูดิโอฮอลลีวู้ดในผลงานเรื่อง Diamond Dogs และ Speed Racer มาแล้ว