เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ณ วัดดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีงานบำเพ็ญกุศลประชุมเพลิงศพ ด้วยปราสาทนกหัสดีลิงค์ในของหลวงพ่อพระครูพูลรัตน์ ธมฺมรตโน(เอื้องเขียว)อายุ ๘๕ ปี พรรษา ๕๑ ณ.เมรุชั่วคราว วัดดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ท่ามกลางความสำเร็จอย่างงดงาม ดีงาม ในการจัดพิธีใหญ่ ที่เป็นการทำงานร่วมกัน ระหว่าง บ้านและวัด รวมทั้งส่วนราชการต่างๆ
โดยทั้งหมด เจ้าอาวาสวัดดอนแก้ว พระครูสุภัทรรัตนากร (เจริญศักดิ์ สิริภทฺโท) ซึ่งดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบลดอนแก้ว ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะศรัทธบ้านดอนแก้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายต่างๆ ได้เตรียมการจัดงานนี้ข้อย่างยิ่งใหญ่ มีพระเถระชั้นผู้ใหญ่ เข้ามาร่วมงานอย่างคับคั่ง มีโรงทาน โดยผู้ใจบุญมากมายมายตลอดช่วงการจัดการบำเพ็ญกุศลประชุมเพลิงศพของหลวงพ่อพระครูพูลรัตน์ ธมฺมรตโน(เอื้องเขียว)
งานศพของพระเถระมีไม่บ่อย หายากในการรับชมอย่างใกล้ชิด เป็นประเพณีที่สำคัญในวัฒนธรรมล้านนา ประเพณีพิธีศพพระสงฆ์ในภาคเหนือมีเอกลักษณ์เฉพาะ โดยล้านนาไม่นิยมฌาปนกิจร่วมกับเมรุของชาวบ้าน และมักมีสุสานพระสงฆ์แยกต่างหาก การสร้างปราสาทหรือเมรุจะสะท้อนคุณธรรมและสมณศักดิ์ของพระผู้มรณภาพ
ในพิธีมีการสร้างปราสาทที่ประณีตงดงาม ด้วยปราสาทนกหัสดีลิงค์งานสะท้อนถึงความศรัทธาและความผูกพันที่มีต่อขนบธรรมเนียมประเพณีล้านนา และมีการสร้างนกหัสดีลิงค์ เป็นปราสาท มีความหมายว่า สัตว์ในเทวนิยายหรือสัตว์ป่าหิมพานต์ตามความเชื่อโบราณของไทย โดยเฉพาะทางล้านนา
นกหัสดีลิงค์มีลักษณะผสมของสัตว์หลายชนิดรวมกันตามตำนาน: ลำตัว เป็นนก ใบหน้าหรือหัว เป็นสิงห์หรือช้าง (บางตำนานว่าหัวเป็นช้าง มีงวงและงา) จะงอยปาก เป็นงวงช้าง และมีเขี้ยวเป็นงา หางเป็นหงส์ พละกำลัง มีความแข็งแกร่งดั่งช้างเอราวัณ 3-5 เชือกรวมกัน แต่ในงานนี้ มีใบหน้าเป็นช้าง มีงวงและงา มีกลไกในการส่ายหัวไปมาได้
ในบริเวณที่ตั้งเมรุ มีการตั้งเสา ๔ เสา ขึงผ้าจีวรเป็น “ผ้าเพดาน” ตามความเชื่อ เพื่อกั้นเปลวไฟไม่ให้รบกวนเทวดา นางฟ้าและสิ่งศักดิ์สิทธ์ทั้งหลายที่อาศัยอยู่บนฟ้า และปู “ผ้ากระดาน” ใต้เมรุเพื่อป้องกันความร้อนลงสู่โลกเบื้องล่างอันเป็นที่อยู่ ของ พญานาคและสิ่งศักดิ์สิทธ์ที่รักษาพื้นดิน
หลังจุดไฟจะมีการสวดสิยาแบบล้านนา “หรือที่เรียกเต็มว่า “มาติกาสิยา”) คือ บทสวดและทำนองสวดพระอภิธรรมโบราณของภาคเหนือ (ล้านนา)เป็นการสวดพระอภิธรรมด้วยทำนองสรภัญญะพื้นบ้านล้านนา ที่มีเสียงเอื้อนยาว โศกเศร้า และมีความไพเราะแบบโบราณ และในความเชื่อ เรื่องผ้าที่ขึงไว้คือ หากผ้าเพดานไม่ไหม้ เชื่อว่าพระรูปนั้นมีบุญมาก ชาวบ้านจะขอแบ่งผ้าผืนนั้นคนละนิดละหน่อยเพื่อเก็บไว้บูชา ท่ามกลาง การป้องกันทางสาธารณภัย จัดให้มีรถดับเพลิงประจำจุดจนงานประชุมเพลิงหลวงพ่อพระครูพูลรัตน์ ธมฺมรตโน(เอื้องเขียว)สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ด้วยความร่วมมือมือร่วมใจของทุกฝ่าย






