นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าความสำเร็จการท่องเที่ยวเทศกาลสงกรานต์ทั่วประเทศภาพรวมมีกระแสตอบรับหลายพื้นที่คึกคักดีเกินคาด ระหว่างวันที่ 11-15 เมษายน 2569 สะท้อนถึงนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเชื่อมั่นท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาวทำให้คาดการณ์รายได้ปี 2569 ของ ททท.เป็นตามเป้าหมายกว่า 30,350 ล้านบาท เพิ่มข้นจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งกระจายรายได้สู่พื้นที่ต่าง ๆ สร้างเศรษฐกิจฐานรากเป็นวงกว้างทั่วประเทศ พร้อมทั้งยังได้นำเสนอเสน่ห์สงกรานต์ไทยก้าวสู่เทศกาลระดับโลกได้ด้วย
“เม็ดเงินรายได้หมุนเวียนสงกรานต์ปี 2569” มาจากนักท่องเที่ยวภายในประเทศและนานาชาติทั่วโลกตามเป้าหมายรวมกว่า 30,350 ล้านบาท ประกอบด้วย
● “ตลาดต่างประเทศ” กว่า 8,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 % คาดมีต่างชาติเดินทางเข้าไทยประมาณ 500,000 คน เพิ่มขึ้น 4 %สร้างรายได้ราว
● “ตลาดในประเทศ” ประมาณ 22,250 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 % คาดจะมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทยเดินทางตลอดเทศกาลราว 5,963,000 คน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 7 %
● “ความสำเร็จ” การจัดงานเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ททท.และทุภาคส่วนได้ช่วยกันตอกย้ำถึงพลังเสน่ห์ไทยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกได้ชัดเจน โดยเกิดจากความร่วมมืออย่างเข้มแข็งระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนในพื้นที่ ร่วมมือกันยกระดับสงกรานต์ไทยสู่ระดับสากล ภายใต้แนวคิดการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่า (Value-based Tourism) ส่งเสริมเสน่ห์ไทย ผ่านมิติ วัฒนธรรม ประเพณี อาหาร ความคิดสร้างสรรค์
ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ในนาม ททท.ขอขอบคุณพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมจัดงานสงกรานต์ทั่วไทย ปลุกกระแสนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติเข้าร่วมงานหลายพื้นที่อย่างท่วมท้น ไม่เพียงสร้างบรรยากาศความสุขและความประทับใจ แต่ยังช่วย “ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ” ทุกระดับ ทั้งในเมืองหลักและเมืองน่าเที่ยว ททท. จะเดินหน้าต่อยอดสู่ระดับนานาชาติ ควบคู่กับผลักดันการท่องเที่ยวอย่างมีคุณค่าและยั่งยืน เพื่อผลักดันประเทศสู่จุดหมายปลายทางเทศกาลระดับโลก
● “งานสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพฯ” ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม แต่ละพื้นที่ล้วนมีคนเข้าร่วมอย่างล้นหลาม ทั้งถนนสีลม สยามสแควร์ ถนนข้าวสาร ถนนรางน้ำ รวมถึงงานที่ ททท. จัดเอง 2 งาน ได้แก่ 1.Maha Songkran World Water Festival 2026 ที่สวนเบญจกิติ กรุงเทพฯ เมื่อ 11-13 เมษายน 2569 มีผู้เข้าร่วมงานแล้วถึง 108,640 คน แบ่งเป็นคนไทย 56,368 คน และต่างชาติ 52,272 คน สะท้อนถึงความนิยมของเทศกาลสงกรานต์ไทยในระดับนานาชาติอย่างชัดเจน “สร้างเงินหมุนเวียน” มีผลกับเศรษฐกิจรวมกว่า 283.68 ล้านบาท 2. งาน Saneh Art by Songkran Festival 2026 ที่สวนลุมพินี มีกลุ่มคนรุ่นใหม่แห่มาถ่ายรูปเช็กอินกับคาแรกเตอร์สุดฮิต ทำสถิติมีผู้เข้าร่วมชมแล้วกว่า 94,546 คน
● “งานสงกรานต์ในพื้นที่ต่างจังหวัด” บรรยากาศทั่วประเทศไทย กระแสตอบรับคึกคักไม่แพ้กัน ได้แก่
-จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่างกิจกรรม “สงกรานต์เล่นน้ำกับช้าง” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของพื้นที่ ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ สร้างสีสันและภาพจำที่สะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน ผสานความสนุกสนานกับเสน่ห์ทางวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว
-ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คงคึกคักไม่แพ้กัน ในหลายจังหวัดจัดกิจกรรมสงกรานต์ควบคู่กับประเพณีท้องถิ่น เช่น พิธีสรงน้ำพระ การแห่ขบวนวัฒนธรรม รดน้ำดำหัว และเปิดถนนสายเล่นน้ำ นักท่องเที่ยวแห่กันร่วมกิจกรรมจำนวนมาก สะท้อนเสน่ห์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่อบอุ่น เปี่ยมด้วยอัตลักษณ์ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีความหมาย (Meaningful Experience)
-ภาคใต้ บรรยากาศท่องเที่ยวขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ “จังหวัดสงขลา” บริเวณด่านพรมแดนสะเดามีนักท่องเที่ยวเดินทางต่อเนื่องจากมาเลเซีย ช่วง 10–12 เมษายน 2569 ผ่านด่านรวมกว่า 36,000 คน มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงถึง 80 % คาดมีนักท่องเที่ยวรวมกว่า 70,000 คน สร้างรายได้กว่า 700 ล้านบาท
-พื้นที่ศักยภาพชายแดนใต้ อย่าง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา และอำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส จัดงาน “สุข สนุก สงกรานต์ชายแดนใต้” และ งาน“SUNGAIKOLOK Midnight Songkran 2026” นักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติ โดยเฉพาะมาเลเซียเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง เมืองชายแดนจึงเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและความบันเทิงยามค่ำคืนอย่างแท้จริง
ททท. เชื่อมั่นเทศกาลสงกรานต์จะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย เป็นกลไกสำคัญสร้างรายได้ กระจายโอกาสทางเศรษฐกิจ เสริมสร้างภาพลักษณ์ไทยในฐานะจุดหมายปลายทางประเทศจัดเทศกาลระดับโลก ที่พร้อมมอบประสบการณ์การท่องเที่ยวที่มีคุณค่าและยั่งยืนมอบให้ทั่วโลกที่ได้มาเยือนเมืองไทยเที่ยวได้ 365 วัน




