แอ่วล้านนาหน้าฝน หละปูน -ลำปาง “Green Season”
ททท.ลำปาง จัดทริป “อมตะ เลอค่า ครั้งเดียวในชีวิต” เดินทางลำพูน ลำปาง พร้อมร่วมสร้างพระรอดลำพูนให้แม่ หรือแม่ให้ลูกแบบ DIY. ( Do It Yourself ) พระรอดทุกองค์ที่ท่านสร้างจะมีเพียงองค์เดียวในโลก ที่บรรจุเส้นเกศาของมารดาผู้เป็นแม่ของทุกคน และทุกท่านจะได้ร่วมแผ่พลังอภิจิตอธิฐานอานุภาพแห่งพุทธคุณลงในองค์พระ พร้อมกับพิธีพุทธาภิเสกเดินทางกันวันที่ 12-14 สิงหาคม 2560

เริ่มที่จังหวัดลำพูนก่อนที่จะไปลำปางกันค่ะ

พระธาตุหริภุญชัย


พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองลำพูน และยังเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีระกาตามคติของชาวล้านนา พระธาตุองค์นี้สร้างขึ้นใน พ.ศ.1651 ในสมัยพระเจ้าอาทิตยราช กษัตริย์องค์หนึ่งของอาณาจักรหริภุญชัย

วัดจามเทวี


วัดเก่าแก่ที่ชาวบ้านเรียกว่า “วัดกู่กุด” สัณนิฐานว่าพระนางจามเทวีสร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1298 โดยใช้ช่างฝีมือชาวละโว้ ลักษณะพระเจดีย์เป็นสี่เหลี่ยมแบบพุทธคยาในประเทศอินเดีย แต่ละด้านมีพระพุทธรูปยืน ปางประทานพรอยู่เป็นชั้นๆ ภายในเจดีย์บรรจุอัฐิของพระนางจามเทวีปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย ตามตำนานเล่าว่าเจ้าอนันตยศและเจ้ามหันตยศ ราชโอรสของพระนางจามเทวีได้สร้างขึ้น เพื่อบรรจุอัฐิของพระนางเมื่อ ปี พ.ศ. 1298 เดิมมียอดห่อหุ้มด้วยทองคำ ต่อมาจะเป็นสมัยใดไม่ทราบชัด ยอดพระเจดีย์หักหายไปชาวบ้านจึงเรียกว่า กู่กุด หรือมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า พระเจดีย์สุวรรณจังโกฏ นอกจากนั้นยังมี รัตนเจดีย์ซึ่งตั้ง อยู่ทางขวาของวิหาร สร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่ 17 โดยพระยาสรรพสิทธิ์ ฐานล่างสุดเป็นรูป 8 เหลี่ยม มีเส้น ผ่าศูนย์กลาง 4.40 เมตร สูงจรดยอด 11.50 เมตร องค์เจดีย์เป็นรูปสี่เหลี่ยมแต่ละเหลี่ยมเจาะเป็นซุ้ม ประดิษฐานพระพุทธรูปยืนก่ออิฐถือปูนทั้งองค์

อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี


อนุสาวรีย์พระนางจามเทวี บริเวณสวนสาธารณะหนองดอก สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่พระนางจามเทวี ซึ่งเป็นองค์ปฐมกษัตริย์แห่งนครหริภุญไชย

กู่ช้าง-กู่ม้า


กู่ช้างเป็นสุสานช้างศึกคู่บารมีของพระนางจามเทวี ชื่อ “ภูก่ำงาเขียว” ซึ่งหมายถึงช้างผิวสีคล้ำ งาสีเขียวที่ทรงอานุภาพและ อิทธิฤทธิ์
ส่วนกู่ม้า เป็นสุสานม้าทรงของพระโอรสของพระนางจามเทวี

วัดมหาวัน


เป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยที่พระนางจามเทวีครองเมืองหริภุญชัย ตำนานเล่าว่า เมื่อพระนางจามเทวีเสด็จมาครองเมืองหริภุญชัยนั้น พระองค์ได้อัญเชิญพระพุทธรูปสำคัญมาด้วย 2 องค์ คือ พระเสตังคมณี (พระแก้วขาว) และพระพุทธสิกขิ (พระศิลาดำ) พระองค์ทรงสร้างวัดมหาวันขึ้นและประดิษฐานพระศิลาดำไว้ที่นี่ ต่อมาหริภุญชัยเกิดสงครามกับขุนลัวะวิลังขะ พระฤๅษีจึงใช้พระศิลาดำเป็นต้นแบบสร้างพระเครื่องรางแจกจ่ายชาวเมืองเพื่อเป็นขวัญกำลังใจในการออกศึก พระเครื่องส่วนที่เหลือบรรจุไว้ในเจดีย์ที่วัดมหาวัน ต่อมาเมื่อเจดีย์หักพังลง ชาวบ้านจึงนำพระเครื่องเหล่านี้ไปบูชาและพบอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ พระเครื่องเหล่านั้นได้ชื่อว่า “พระรอด” และที่วัดมหาวันนี้เป็นวัดสำคัญต้นกำเนิดพระรอดลำพูน หนึ่งในพระเครื่องชุดเบญจภาคี ที่มีราคาแพงที่สุดองค์หนึ่ง ประกอบด้วย พระสมเด็จวัดระฆัง, พระรอดมหาวัน, พระนางพญา, พระผงสุพรรณ และพระซุ้มกอ สำหรับเซียนพระดังๆ จะรู้ถึงความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างดี ทริป “อมตะ เลอค่า ครั้งเดียวในชีวิต” จะสร้างพระรอดลำพูนให้แม่ หรือแม่ให้ลูกแบบ DIY. ( Do It Yourself ) พระรอดทุกองค์ที่ท่านสร้างจะมีเพียงองค์เดียวในโลก ที่บรรจุเส้นเกศาของมารดาผู้เป็นแม่ของทุกคน และทุกท่านจะได้ร่วมแผ่พลังอภิจิตอธิฐานอานุภาพแห่งพุทธคุณลงในองค์พระ พร้อมกับพิธีพุทธภิเสกกับพระคุณเจ้าเพื่อเป็นมรดกอันล้ำค่าต่อไป

วัดพระยืน

วัดพระยืน เป็นวัดเก่าแก่ซึ่งสันนิษฐานว่าพระนางจามเทวีทรงสร้างขึ้นในราว พ.ศ.1213 ชื่อของวัดพระยืนมาจากองค์พระพุทธรูปยืนเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.1606 ในสมัยพระเจ้าธรรมมิกราช (กษัตริย์องค์ที่ 32 แห่งหริภุญชัย) และต่อมาใน พ.ศ.1712 พระยากือนา ผู้ครองนครเชียงใหม่และลำพูน ได้สร้างพระพุทธรูปยืนเพิ่มเติมขึ้นอีก 3 องค์
เจดีย์วัดพระยืน มีลักษณะโดดเด่นตรงที่เป็นศิลปกรรมพม่า คล้ายกับเจดีย์วัดสัพพัญญูในเมืองพุกาม สร้างยกพื้นลดหลั่นกันเป็นชั้นๆ มีบันไดเดินขึ้นสู่ลานประทักษิณชั้นบนที่ล้อมรอบด้วยกำแพงแก้ว และมีเจดีย์บริวารองค์เล็กอยู่ทั้ง 4 มุม องค์เจดีย์งดงามน่าชมยิ่งนัก
ขอเชิญทุกท่านร่วมปั้นพระเพื่อบรรจุในเจดีย์ ถวายเป็นพุทธบูชาสืบทอดบวรพุทธศาสนา เป็นศรีมงคลแก่ตนเอง และวงศ์ตระกูลสืบไป พร้อมชมถนนสายแรกของจังหวัดลำพูนอายุกว่า 1400 ปี

ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานลำปาง 054 222 2214-5 Travel Line : 089 108 8484, 095 950 1559
ภาพ : .phototechthailand